อ่าน: 2963
Small_font Large_font

Felodipine (ฟีโลดิพีน )

คำอธิบายพอสังเขป

ฟีโลดิพีน (felodipine) จัดเป็นยาในกลุ่มตัวต้านแคลเซียม (calcium antagonists) และปิดกั้นช่องแคลเซียม (calcium channel blocker) ชนิดไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) ออกฤทธิ์โดยลดปริมาณแคลเซียมในหัวใจและเซลล์กล้ามเนื้อ โดยลดการไหลเข้าสู่เซลล์ ส่งผลให้มีการผ่อนคลายและขยายหลอดเลือดทั้งในหลอดเลือดหัวใจและรอบนอก ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และลดการทำงานของหัวใจ

ยานี้ใช้ในการรักษาความดันเลือดสูง (hypertension), รักษาอาการปวดเค้นหัวใจ (angina pactoris) นอกจากนี้อาจใช้ยานี้รักษาภาวะหัวใจวายเหตุเลือดคั่ง (congestive heart failure)

ยานี้ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาความดันเลือดสูงให้หาย เพียงแต่ช่วยควบคุมความดันเลือด เนื่องจากภาวะความดันเลือดสูงที่ไม่ได้รับการควบคุมจะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง เช่น หัวใจล้มเหลว (heart failure), โรคหลอดเลือด, โรคลมเหตุหลอดเลือดสมอง (stroke) และโรคไต

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใด ๆ หรือมีประวัติการแพ้ยาฟีโลดิพีน (felodipine) หรือ ยาในกลุ่มไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) ตัวอื่น หรือ ส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น

ตัวอย่าง อาการแพ้ยา เช่น ผื่น, คัน, ลมพิษ, ตาบวม, หน้าบวม, ปากบวม, ลิ้นบวม, แน่นหน้าอก, หายใจลำบาก, หายใจมีเสียงหวีด (wheezing), ปฏิกิริยารุนแรงที่ผิวหนัง, บวมกดไม่บุ๋ม, ลักษณะผิวหนังแดงแบบหลายรูป (erythema multiforme), ไข้, ผิวหนังอักเสบหลุดลอกเป็นแผ่น (exfoliative dermatitis), กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens Johnson syndrome)

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้การดูดซึมยาเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความดันต่ำ และเพื่อลดการเกิดอาการวิงเวียน หน้าแดง
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสมุนไพรบางชนิด เช่น น้ำเกรพฟรุ๊ท (grapefruit juice), เซนต์เจอห์นเวิร์ท (St John’s wort), โสม, มาฮวง (ma huang หรือ ephedra), แคลเซียม, กระเทียม, โยฮิมบีน (yohimbe)
  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงการดื่มกาแฟ การสูบบุหรี่ และสารเสพติดอื่น เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของยานี้

ตั้งครรภ์

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'C' สำหรับสตรีมีครรภ์

จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาที่ควบคุมอย่างดีในมนุษย์ หรือ ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์และสัตว์ถึงผลของยาต่อตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ ดังนั้น ควรใช้ยานี้เมื่อมีการประเมินแล้วว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์

สตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ยานี้ สำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ใช้ยานี้ควรมั่นใจในการคุมกำเนิด เพราะ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาในกลุ่มไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) ทำให้เกิดความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ คือ ก่อให้กำเนิดทารกวิรูปในสัตว์, การคลอดบกพร่อง, การตั้งครรภ์นานเกินกำหนด, พัฒนาการของกระดูกของทารกต่ำ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลของยาฟีโลดิพีน (felodipine) ในสตรีมีครรภ์ การใช้ในสตรีตั้งครรภ์ควรพิจารณาถึงประโยชน์กับการเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์

กำลังให้นมบุตร

สตรีให้นมบุตร ไม่ควรใช้ยานี้ เพราะยาสามารถผ่านทางน้ำนมได้ ยาในกลุ่มไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) มีข้อมูลก่อให้กำเนิดทารกวิรูปในสัตว์ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลของยาแอมโลดิพีน

เด็ก

ยังไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยานี้เมื่อใช้ในเด็ก ควรใช้อย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ผู้สูงอายุ

ควรระมัดระวังเมื่อใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ ควรเริ่มยาในขนาดที่ต่ำ

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ก. หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ และต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ดังนี้

ยาที่มีผลเพิ่มฤทธิ์ของยาฟีโลดิพีน (felodipine) หรืออาจทำให้เกิดพิษได้ ได้แก่

  • ยาสำหรับความดันเลือดสูง เช่น ยาในกลุ่มตัวต้านแคลเซียม (calcium antagonists) ซึ่งเป็นยาในกลุ่มเดียวกับยานี้ ยากลุ่มปิดกั้นบีต้า-แอดรีเนอจิก (beta-adrenergic blocking agents) เช่น อะทีโนลอล (atenolol), เมโทโพรลอล (metoprolol), โพรแพรโนนอล (propranolo) และยากลุ่มต้านอัลฟา-1 (alpha-1 blocker) เช่น ดอกซาโซซิน (doxazosin), พราโซซิน (prazosin) และยาขับปัสสาวะ
  • ยาสำหรับรักษาการเต้นผิดปกติของหัวใจบางชนิด เช่น อะมิโอดาโรน (amiodarone)
  • ยาต้านการอักเสบ เช่น ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen), ไดโคลฟีแนก (diclofenac), นาพรอกเซน (naproxen)
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (macrolide) เช่น คลาริโทรไมซิน (clarithromycin), อีริโทรไมซิน (erythromycin)
  • ยาต้านไวรัสกลุ่มยับยั้งโปรตีเอส (protease inhibitors) เช่น อินดินาเวียร์ (indinavir), ริโทนาเวียร์ (ritonavir), ซาควินาเวียร์ (saquinavir)
  • ยารักษาเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) เช่น ฟลูโคนาโซล (fluconazole), อิทราโคนาโซล (itraconazole), คีโทโคนาโซล (ketoconazole)
  • ยาอื่น ๆ เช่น เวคูโรเนียม (vecuronium), เกลือแมกนีเซียม, ไนโทรพรัสไซด์ (nitroprusside), เฟนิทอยน์ (phenytoin), แทโครลิมัส (tacrolimus), ไซโคลสพอริน (cyclosporin), ไซเมทิดีน (cimetidine), ดิจอกซิน (digoxin), ซิลดีนาฟิล(sildenafil), ทาดาลาฟิล (tadalafil), วาลดีนาฟิล (vardenafil), เฟนทานิล (fentanyl)

ข.ยาที่มีผลลดฤทธิ์ของยาฟีโลดิพีน ได้แก่

  • ยากลุ่ม ไรแฟมพิน (rifampin), ไรฟามัยซิน (rifamycin)
  • ยาสำหรับโรคเอดส์ เช่น นีไวราพีน (nevirapine), เอฟาไวเรนซ์ (efavirenz)
  • ยาอื่น ๆ เช่น บาร์บิทูเรต (barbiturates), เกลือแคลเซียม, คาร์บามาซีพีน (carbamazepine), ดีเฟอราซีรอก (deferasirox)

ค. ยังมียาหลายชนิดที่ไม่ควรใช้ร่วมกับฟีโลดิพีน ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่าท่านกำลังใช้ยาใดอยู่ในขณะนี้

ภาวะโรคร่วม

  • ระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่อาการหัวใจล้ม (heart attack), ผู้ที่มีการหดแคบของเอออร์ตา (aortic stenosis), ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจโต, ผู้ที่มีอาการปวดเค้นหัวใจกำเริบขณะกำลังใช้ยานี้, ผู้ป่วยโรคตับ, กล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด (myocardial infarction), ความดันเลือดต่ำ, ผู้สูงอายุ, สตรีกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

การใช้ที่ถูกต้อง

  • รับประทานยาได้ทั้งก่อนและหลังอาหาร การรับประทานยาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่างเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้หากรู้สึกไม่สบายท้องให้รับประทานพร้อมอาหาร
  • รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวันเป็นประจำ ไม่ควรหยุดรับประทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
  • รับประทานยาทางปาก โดยกลืนยาทั้งเม็ดพร้อมน้ำ ไม่ควรหัก บด หรือเคี้ยวเม็ดยา

ขนาดยา

ขนาดยาของยาฟีโลดิพีน (felodipine) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

เมื่อลืมใช้ยา

ให้รับประทานทันทีทีนึกได้ ถ้าใกล้เวลาของมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานมื้อถัดไปโดยใช้ขนาดยาตามแพทย์สั่ง ห้ามรับประทานยาเพิ่มเป็น 2 เท่า ไม่ควรเปลี่ยนขนาดยาหรือหยุดยา

การเก็บรักษา

  • เก็บยาในภาชนะปิดสนิท อย่าให้โดนแสงโดยตรง อย่าเก็บในที่ร้อน
  • เก็บยาที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเกิน 25 องศาเซลเซียส อาจอยู่ในช่วง 15 – 30 องศาเซลเซียส
  • เก็บยาในที่แห้ง อย่าเก็บในที่ชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว
  • เก็บยาทุกชนิดให้พ้นสายตา มือเด็ก และสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ใช้ยานี้หลังจากวันหมดอายุ
  • ไม่ควรทิ้งยานี้ผ่านท่อน้ำทิ้งหรือร่วมกับขยะจากครัวเรือนควรปรึกษาเภสัชกรสำหรับการกำจัดยา

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยาน และการทำงานกับเครื่องจักรที่อันตราย เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ง่วงซึม จนกว่าจะรู้ว่ายามีผลต่อตนเองอย่างไร
  • มีความจำเป็นที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ไม่ควรหยุดยาเองควรปรึกษาแพทย์ และควรมีการลดขนาดยาลงช้า ๆ จนกว่าจะหยุด
  • ไม่ควรนั่งหรือลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุเนื่องจากจะทำให้วิงเวียน
  • ถ้าท่านต้องผ่าตัด แจ้งแพทย์ให้ทราบว่าท่านกำลังใช้ยานี้อยู่
  • การใช้ยานี้ในช่วงแรกอาจทำให้มีอาการปวดหัวได้แต่จะดีขึ้นเมื่อได้รับยาต่อเนื่อง ทั้งนี้หากมีอาการปวดหัวเป็นประจำและอาการไม่ทุเลาลง ควรปรึกษาแพทย์
  • อาจพบเปลือกของเม็ดยาปนมากับอุจจาระได้ หลังจากยาถูกดูดซึมในทางเดินอาหารแล้ว

อาการไม่พึงประสงค์

การใช้ยาฟีโลดิพีน (felodipine) อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง ดังนี้

ก.อาการข้างเคียงที่รุนแรง ต้องหยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที อาการที่พบ เช่น

  • อาการแพ้ยา
  • เจ็บหน้าอก, อาการใจสั่น, ภาวะหัวใจเสียจังหวะ (cardiac arrythmia) อัตราหัวใจเต้นเร็ว ภาวะหัวใจวายเหตุเลือดคั่ง (congestive heart failure) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) อัมพาต หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด (myocardial infarction) วิงเวียน หมดสติ
  • วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิด ประสาทอ่อนหรือภาวะการตื่นเต้นเกินไป ความสามารถทางเพศลดลง องคชาติไม่สามารถแข็งตัวได้
  • อาการบวมน้ำบริเวณตาตุ่มหรือข้อเท้า ปอดบวมน้ำ ปวดตามกล้ามเนื้อหรือข้อ
  • ภาวะเกล็ดเลือดน้อย ภาวะแกรนูโลไซต์น้อย ฟกช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ
  • การทำหน้าที่ของตับผิดปกติ ดีซ่าน เอนไซม์ตับเพิ่ม
  • การเห็นผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ปวดตา เยื่อตาอักเสบ

ข.อาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง
หากเกิดขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ เช่น อาการปวดศีรษะ อาการง่วงซึม อาการหน้าแดง นอนไม่หลับ ง่วงซึม ไอ จาม น้ำมูกไหล เยื่อจมูกอักเสบ ความรู้รสผิดธรรมดา เหงือกงอกมากเกิน (gingival hyperplasia) เต้านมโตในผู้ชาย ผิวหนังไวเพิ่มขึ้น กรดไหลย้อน อาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องร่วง อ่อนแรง กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ปวดกล้ามเนื้อ ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะมากขึ้นในตอนกลางคืน ปัสสาวะบ่อย มีเสียงในหู แต่ถ้ามีอาการรุนแรงให้ไปพบแพทย์ทันที

ค. หากเกิดอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่คาดว่าน่าจะเกิดจากยานี้ ให้ไปพบแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ควรตรวจวัดความดันเลือด อัตราชีพจร และสังเกตุผลข้างเคียงของยาเป็นประจำ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากพบความผิดปกติ
  • ควรปรับแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่มีผลช่วยลดความดันเลือด เช่น ลดความเครียด, ออกกำลังกาย, เปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารโดยลดเกลือ, ลดน้ำหนัก เพราะจะเป็นประโยชน์และเสริมประสิทธิภาพของยา

กลุ่มยา

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้

ยาที่เกี่ยวข้อง

ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้

Amlodipine, Cinnarizine, Diltiazem, Flunarizine, Nifedipine (Controlled release), Nifedipine (Immediate-release), Nifedipine (Retard, Sustained release), Verapamil

ชื่อทางการค้า

ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้

Fedil SR tablets , Felodipin Stada Retard tablets , Felodipine Sandoz tablets, Feloten tablets, Plendil tablets, Topidil tablets

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว

ชื่อภาษาไทยอื่นที่อาจมีการใช้

ยานี้มีชื่อภาษาไทยอื่นที่มีการใช้ดังต่อไปนี้

เฟโลดิพีน, ฟีโลดิปีน

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อภาษาไทยอื่นที่อาจมีการใช้ ซึ่งไม่ได้แสดงในนี้

แหล่งอ้างอิง

  1. DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com. Access Date: 22 March, 2010.
  2. Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information Handbook with international trade names index. 18th ed. Ohio: Lexi Comp In;2009.
  3. MedlinePlus Trusted Health Information for You. Calcium channel blocker. Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.

panupong puttarak
โพยม วงศ์ภูวรักษ์
11 พฤษภาคม 2553 25 มิถุนายน 2553
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย