อ่าน: 769
Small_font Large_font

Mercaptopurine or 6-Mercaptopurine (6-MP) (เมอร์แคปโทเพียวรีน )

คำอธิบายพอสังเขป

เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) หรือ 6-เมอร์แคปโทเพียวรีน (6-mercaptopurine) หรือเรียกย่อเป็น 6-เอ็มพี (6-MP) เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายเบสเพียวรีน (purine analog) ซึ่งยาชนิดแรกในกลุ่มนี้ที่นำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกเปลี่ยนเป็นสารไรโบนิวคลีโอไทด์ (ribonucleotide) ที่ยับยั้งการสังเคราะห์เบสเพียวรีน ทั้งนี้ เบสเพียวรีนเป็นสารที่ถูกนำมาใช้ในการสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก (nucleic acids) ที่จำเป็นในการสร้างดีเอ็นเอ (DNA)

  • เมอร์แคปโทเพียวรีนใช้ร่วมกับยาอื่นในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวของระบบน้ำเหลือง (ชนิดลิมโฟไซต์, ลิมโฟบลาสต์) แบบเฉียบพลัน [acute lymphatic (lymphocytic, lymphoblastic) leukemia]

อาจใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งอื่น ๆได้อีก ดังนั้นหากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใดๆหรือมี ประวัติการแพ้เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) หรือ ส่วนประกอบใด ๆ ในยานี้ รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่นๆ เช่น อาหาร, สารกันเสีย, สี เป็นต้น

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

  • ยาเคมีบำบัดมีผลต่อไขกระดูกทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ควรรับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุกเเล้วใหม่ ๆ ควรงดรับประทานผักสด หรือผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก หากต้องการรับประทานควรล้างให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ระหว่างใช้ยานี้

ตั้งครรภ์

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'D' สำหรับสตรีมีครรภ์

ยามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้ยานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการใช้ยามีมากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการพิจารณาใช้ยาให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อทารก เมื่อให้ยาในสตรีมีครรภ์
ยานี้เพิ่มอัตราการแท้งในสตรีมีครรภ์ ที่ได้รับยาในไตรมาสแรก
สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ใช้ยานี้ควรคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยานี้

ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'D' สำหรับสตรีมีครรภ์

ยามีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้ยานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการใช้ยามีมากกว่าความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นการพิจารณาใช้ยาให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

ยานี้เพิ่มอัตราการแท้งในสตรีมีครรภ์ ที่ได้รับยาในไตรมาสแรก

กำลังให้นมบุตร

โปรดแจ้งแก่แพทย์หากท่านกำลังให้นมบุตร หรือตั้งใจจะให้นมบุตรในระหว่างที่ได้รับยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) เนื่องจากยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง จึงไม่แนะนำให้ทารกได้รับน้ำนมมารดาระหว่างใช้ยานี้

เด็ก

ไม่มีข้อมูลจำเพาะที่เปรียบเทียบการใช้ยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine)ในเด็กกับวัยอื่น ๆ แต่คาดว่ายาไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือปัญหาใด ๆ ในเด็กที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ

ผู้สูงอายุ

จำนวนของผู้สูงอายุในการศึกษาการใช้ยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) มีไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นความแตกต่างของการตอบสนองต่อยาเมื่อเทียบกับวัยผู้ใหญ่

โดยทั่วไปแล้วควรใช้ยาเมอร์แคปโทเพียวรีน ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยสูงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุมีการทำงานของตับ, ไต หรือ การทำงานของหัวใจที่ลดลง หรือมีภาวะโรคร่วมอื่นๆ ที่อาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์จากยา

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย

  • พาราเซตามอล (paracetamol) เมื่อใช้ในระยะยาว หรือใช้ในขนาดยาสูง ๆ
  • นาลทรีโซน (naltrexone) เมื่อใช้ในระยะยาว หรือใช้ในขนาดยาสูง ๆ
  • กรดวาลโพรอิก (valproic acid) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อตับ
  • อัลโลพูรินอล (allopurinol) อาจเพิ่มพิษจากยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) เนื่องจากขัดขวางการกำจัดยาออกจากร่างกาย

ยาอื่น ๆ เช่น
อะมิโอดาโรน (amiodarone) ออกแซนโดรโลน (oxandrolone) ออกซีเมโทโลน (oxymetholone)
สตาโนโซลอล (stanozolol) ฮอร์โมนเพศชาย (androgens) ยาต้านไทรอยด์ (antithyroid agents)
คาร์บามาซีพีน (carbamazepine) คลอโรควิน (chloroquine) แดนโทรลี (dantrolene)
ไดซัลฟิแรม (disulfiram) ฮอร์โมนเพศหญิง (estrogens) เกลือทอง (gold salts)
ไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) เมทิลโดปา (methyldopa) ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (oral contraceptives)
คลอร์โพรมาซีน (chlorpromazine) ฟลูเฟนาซีน (fluphenazine) เมโซริดาซีน (mesoridazine)
เพอร์เฟนาซีน (perphenazine) โพรคลอร์เพอราซีน (prochlorperazine) โพรมาซีน(promazine)
โพรเมทาซีน (promethazine) ไทออริดาซีน (thioridazine) ไทรฟลูออเพอราซีน(trifluoperazine)
ไทรฟลูโพรมาซีน (triflupromazine) เฟนิทอยด์ (phenytoin) พลิคามัยซิน(plicamycin)
แอซาไทโอพรีน (azathioprine) คอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) ไซโคลสพอริน (cyclosporine)
แอมโฟเทอริซิน บี (amphotericin B) คลอแรมเฟนิคอล (chloramphenicol) คอลชิซีน (colchicine)
ฟลูไซโทซีน (flucytosine) โพรเบเนซิด (probenecid) ซัลฟินไพราโซน (sulfinpyrazone)
แกนไซโคลเวียร์ (ganciclovir) อินเทอเฟียรอน (interferon) ไซโดวูดีน (zidovudine)

วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG vaccine)
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดตัวเป็น (influenza virus vaccine, live) วัคซีนโรคหัดชนิดตัวเป็น (measles virus vaccine, live)
วัคซีนโรคคางทูมชนิดตัวเป็น (mumps virus vaccine, live) วัคซีนโรคโปลิโอชนิดตัวเป็น (poliovirus vaccine, live)
วัคซีนโรตาไวรัสชนิดตัวเป็น (rotavirus vaccine, live) วัคซีนโรคหัดเยอรมันชนิดตัวเป็น (rubella virus vaccine, live)
วัคซีนโรคฝีดาษ (smallpox vaccine) วัคซีนไทฟอยด์ (typhoid vaccine)
วัคซีนโรคอีสุกอีใส (varicella virus vaccine) วัคซีนไข้เหลือง (yellow fever vaccine)

ภาวะโรคร่วม

ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น

  • โรคพิษสุราเรื้อรัง อาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
  • โรคอีสุกอีใส อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
  • โรคงูสวัด อาจทำให้โรครุนแรงขึ้น
  • โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
  • ภาวะเลือดจาง
  • โรคติดเชื้อต่าง ๆ เนื่องจาก เมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • โรคตับหรือไต
  • โรคเกาต์ (gout) หรือ นิ่ว —- เมอร์แคปโทเพียวรีนทำให้กรดยูริกในร่างกายเพิ่มขึ้น อาจทำให้โรคเกาต์กำเริบ หรือเกิดนิ่วได้
  • มีภาวะขาดเอนไซม์ไทโอเพียวรีน-เอส-เมทิลทรานเฟอเรส (thiopurine-S-methyltransferase)

การใช้ที่ถูกต้อง

ยามีจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน

  • รับประทานยาในขณะท้องว่าง (1 ชั่วโมงก่อนอาหารหรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร) โดยกลืนยาทั้งเม็ด แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ
  • ระหว่างที่รับประทานยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) ควรดื่มน้ำให้มากเป็นพิเศษ และปัสสาวะบ่อย ๆ เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ต่อไตจากยา
  • ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ใช้ยาจนครบระยะเวลาการรักษา
  • ยาเมอร์แคปโทเพียวรีนอาจทำให้ท่านมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท่านไม่ควรหยุดใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ควรติดตามผลการรักษาเป็นระยะ โดยมาตรวจตามแพทย์นัด และรับยาตามแผนการรักษา การได้ยาไม่ครบ หรือระยะเวลาไม่ตรงกำหนด ก่อให้เกิดผลเสียต่อการรักษา ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนระยะเวลาการให้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ขนาดยา

ขนาดยาของยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้น อยู่กับสภาวะโรคของท่าน

เมื่อลืมใช้ยา

หากท่านลืมรับประทานยาข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า และแจ้งให้แพทย์ทราบ

การเก็บรักษา

  • เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  • ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
  • ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ

ข้อควรระวัง

  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขณะใช้ยานี้ เนื่องจากอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับ
  • ยาเมอร์แคปโทเพียวรีน (mercaptopurine) มีผลต่อไขกระดูกทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย หรือภาวะเลือดออกง่าย
  • ควรหลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่เป็นหวัด หัด สุกใส วัณโรค มีไข้ หรือติดเชื้ออื่น ๆ หากมีอาการผิดปกติ ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด เจ็บคอ ท้องเสีย เหนื่อยหอบผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าท่านกำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอยู่
  • ระหว่างที่ได้รับการรักษาด้วยยาเมอร์แคปโทเพียวรีน ท่านไม่ควรได้รับวัคซีนใด ๆ โดยไม่ได้แจ้งแพทย์ เนื่องจากยาทำให้ภูมิคุ้มกันของท่านลดลง และมีโอกาสติดเชื้อจากวัคซีนที่ท่านได้รับ นอกจากนี้บุคคลที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยก็ไม่ควรได้รับวัคซีนโปลิโอ เพราะอาจทำให้ท่านได้รับเชื้อไวรัสโปลิโอได้
  • ควรพบแพทย์ทันทีถ้าท่านมีเลือดออกผิดปกติ ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด ควรระมัดระวังการใช้ไหมขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยานี้อยู่
  • ผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์ไทโอเพียวรีน-เอส-เมทิลทรานเฟอเรส (thiopurine-S-methyltransferase) จะไวต่อการกดไขกระดูกจากยาเมอร์แคปโทเพียวรีนโดยมีแนวโน้มที่จะเกิดอย่างรวดเร็วหลังจากที่เริ่มได้รับยา และอาจมีการกดไขกระดูกอย่างรุนแรง แพทย์อาจสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาภาวะขาดเอนไซม์นี้ และอาจปรับขนาดยาเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

อาการไม่พึงประสงค์

ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ก. พบแพทย์ทันหากมีอาการต่อไปนี้
พบไม่บ่อย

  • อุจจาระมีสีดำ, ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด, ไอ หรือเสียงแหบ, ไข้ หรือสั่น, ปวดบั้นเอว, ปัสสาวะขัดหรือเจ็บ, มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีจ้ำเลือด

ข. พบแพทย์โดยเร็ว หากมีอาการต่อไปนี้
พบบ่อย

  • อ่อนเพลียผิดปกติ, ตัวเหลือง ตาเหลือง

พบไม่บ่อย

  • ปวดข้อ, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้ อาเจียน, เท้าหรือขาบวม

พบน้อย

  • เจ็บปาก หรือริมฝีปาก

ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาหรือหยุดยาไปแล้วเนื่อง จากร่างกายจะปรับตัวเข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน
พบไม่บ่อย

  • ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น, ท้องเสีย, ปวดศีรษะ, ผื่นผิวหนัง คัน, อ่อนเพลีย

ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

กลุ่มยา

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้

ยาที่เกี่ยวข้อง

ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้

Azacitidine, Capecitabine, Cladribine , Cytarabine (Ara-C) , Decitabine, Fludarabine , Fluorouracil (5-FU) , Gemcitabine, Methotrexate , Pemetrexed, Tegafur and Uracil , Thioguanine or 6-Thioguanine

ชื่อทางการค้า

ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้

Puri - nethol (tablets 50 mg) (พูริ-เนททอล ชนิดเม็ด), Empurine tablet (เอ็มพูรีน ชนิดเม็ด), Purinetone tablet

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว. Fluorouracil . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: June 14, 2010.
  2. วิลาวัณย์ พิชัยรัตน์ และ สมสมัย สุธีรศานต์. การดูแลตนเองเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด [สำหรับผู้ป่วยเเละครอบครัว] พิมพ์ครั้งที่ 2 . โรงพยาบาลสงขลานครินทร์. 2552 หน้า 5-19
  3. CPM medica. MIMS Thailand Online. Available at http://www.mims.com. Access Date: July 16, 2010.
  4. Dailymed current medication information .Mercaptopurine Available at: http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?id=5912 Date: July 16, 2010.
  5. DRUGDEX® System:Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: 14/7/2010).
  6. Medina PJ and Fausel C. Cancer Treatment and Chemotherapy. In : DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG and Posey LM , editors.PharmacotherapyA Pathophysiologic Approach 7th ed. New York: McGraw-Hill; 2008. p. 2085-2108.
  7. MedlinePlus Trusted Health Information for You. Mercaptopurine (Systemic) Available at http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/drug_Aa.html. Access Date: March 17, 2005.
  8. The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Mercaptopurine Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.merck.com/mmpe/lexicomp/mercaptopurine.html Access Date: July 16, 2010.

ไตรรัตน์ แก้วเรือง
โพยม วงศ์ภูวรักษ์
16 กรกฎาคม 2553 12 ธันวาคม 2553
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย