อ่าน: 1439
Small_font Large_font

Sultamicillin (ซัลทามิซิลลิน )

คำอธิบายพอสังเขป

ซัลทามิซิลลิน เป็นยาแอมพิซิลลินจับอยู่กับซัลแบคแทม (ampicillin and sulbactam) โดยมีโครงสร้างทางเคมีเป็นยาแอมพิซิลลินต่อกับซัลแบคแทม (methylene-linked double-ester prodrug of ampicillin and sulbactam) เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตจะเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสเป็นยาแอมพิซิลลินและซัลแบคแทม

  • แอมพิซิลลิน เป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน (penicillins) ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย
  • ซัลแบคแทม เป็นยาต้านเอนไซม์เบต้าแล็คทาเมส (beta-lactamase inhibitors) เพื่อป้องกันยาแอมพิซิลลินไม่ให้ถูกทำลายด้วยเอนไซม์เบต้าแล็คทาเมสที่สร้างจากเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะทำลายยาแอมพิซิลลิน ก่อนที่ยาจะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (penicillins) มีหลายชนิด แต่ละชนิดใช้ในการรักษาการติดเชื้อที่ต่างกัน ยาตัวหนึ่ง ๆ ในกลุ่มนี้อาจใช้ทดแทนตัวอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่ได้ บางครั้งอาจให้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ตัวอื่นๆ

ยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (penicillins) ไม่ได้ใช้รักษาไข้หวัดหรือการติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ

ก่อนการใช้ยา

การแพ้ยา

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านเคยมีอาการผิดปกติใด ๆ หรือมี ประวัติการแพ้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) หรือ แอมพิซิลลิน (ampicillin) หรือ ซัลแบคแทม (sulbactam) หรือ ยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (penicillins) ตัวอื่น ๆ, ยาในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) รวมทั้งการมีประวัติเคยแพ้สารอื่น ๆ เช่น อาหาร สารกันเสียหรือสี เป็นต้น

อาหารและเครื่องดื่มที่ต้องระวัง

โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ให้ทราบหากท่านกำลังได้รับคำแนะนำให้รับ ประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ (low-salt) เนื่องจากยาบางตัวในกลุ่มนี้มีส่วนประกอบของโซเดียมในปริมาณที่อาจทำให้เกิด ปัญหาในผู้ป่วยบางรายได้

ตั้งครรภ์

ABCDX

รายการนี้จัดอยู่ในประเภท 'B' สำหรับสตรีมีครรภ์

จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีรายงานการศึกษาในมนุษย์ หรือ จากการศึกษาในสัตว์พบว่ายามีความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาที่จัดอยู่ในประเภทนี้สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ค่อนข้างปลอดภัย

อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้และการใช้ยานี้ ระหว่างตั้งครรภ์ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้นเพราะการศึกษาผลของยาต่อ ตัวอ่อนของสัตว์ทดลองอาจไม่สามารถทำนายผลที่จะเกิดกับทารกมนุษย์ได้

กำลังให้นมบุตร

ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้ในปริมาณเล็กน้อย อาจทำให้เกิดการแพ้ยา ท้องร่วง ติดเชื้อราและผื่นผิวหนังในทารกที่ได้รับน้ำนมมารดา

เด็ก

  • มีการพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) ในเด็กอายุหนึ่งปีขึ้นไปสำหรับการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและยังไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือปัญหาใดๆที่แตกต่าง กับการใช้ยานี้ในวัยอื่น ๆ

ผู้สูงอายุ

ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) ถูกขับออกทางไต ดังนั้นความเสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาอาจจะเพิ่มขึ้นในผู้ที่การทำงานของไตบกพร่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตลดลง แพทย์อาจมีการปรับขนาดยาในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ยาอื่นที่ใช้อยู่

ถึงแม้ว่ายาบางอย่างไม่ควรใช้ร่วมกัน ในบางกรณีที่จำเป็นอาจใช้ร่วมกันได้ถึงแม้ว่าอันตรกิริยาอาจเกิดขึ้นก็ตาม โดยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขนาดยาหรืออาจมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่จำเป็น ท่านต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์หากท่านกำลังใช้ยาต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย

  • โพรเบเนซิด (probenecid) ลดการขับแอมพิซิลลิน และซัลแบคแทม (ampicillin and sulbactam) ออกทางไต การใช้ยาร่วมกันอาจทำให้มีระดับยาแอมพิซิลลิน และซัลแบคแทมในเลือดเพิ่มขึ้นและนานขึ้น
  • แอมิเคซิน (amikacin)
  • เจนทาไมซิน (gentamicin)
  • คานามัยซิน (kanamycin)
  • นีโอมัยซิน (neomycin)
  • สเตรปโทมัยซิน (streptomycin)
  • วัคซีนไทฟอยด์ชนิดตัวเป็น (typhoid vaccine, live)

ภาวะโรคร่วม

ปัญหาความเจ็บป่วยอื่นที่ท่านเป็นอยู่อาจส่งผลต่อการใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) ท่านควรแจ้งแพทย์หากท่านมีภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น

  • การแพ้โดยทั่วไป (เช่น หอบหืด ผื่นผิวหนัง ไข้ละอองฟาง ลมพิษ), ผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้ยาในกลุ่มเพนิซิลลินและยาต้านเอนไซม์เบต้าแล็คทาเมส (penicillins and beta-lactamase inhibitors)
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (congestive heart failure)
  • โรคไต ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตอาจทำให้โอกาสในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น
  • โรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ผู้ป่วยที่มีประวัติของโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) เมื่อได้รับยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin)

การใช้ที่ถูกต้อง

  • อาจรับประทานยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) พร้อมอาหารหรือขณะท้องว่างก็ได้ การรับประทานยา พร้อมอาหารอาจลดโอกาสในการเกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้
  • รับประทานยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • เพื่อให้ยากำจัดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์ ท่านควรใช้ยานี้ตลอดการรักษา แม้ว่าท่านจะมีอาการดีขึ้นแล้วหลังจากใช้ยาเพียงไม่กี่วันก็ตาม
  • ยานี้ออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อระดับยาในเลือดคงที่ เพื่อรักษาระดับยาให้คงที่จึงไม่ควรลืมรับประทานยา และจะดีที่สุดหากระยะห่างของการรับประทานยาแต่ละครั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืนเท่ากัน เช่น หากท่านรับประทานยา 2 ครั้งต่อวัน ควรรับประทานห่างกัน 12 ชั่วโมง หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการวางแผนช่วงเวลาที่จะรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ยารูปแบบเม็ด

  • กลืนยาทั้งเม็ดแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ

ยาผงแห้งสำหรับผสมน้ำให้เป็นยาแขวนตะกอน

  • เคาะผงยาในขวดให้ร่วน เพื่อป้องกันผงยาเกาะตัวเวลาเทนํ้าลงไป และยาจะละลายได้ง่าย
  • เปิดฝาขวดยาออก ใช้นํ้าต้มสุกที่เย็นแล้วเติมลงไปในขวดยา (ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่น) ประมาณ ครึ่งขวด ปิดฝาขวดแล้วเขย่าจน ผงยากระจายตัวในนํ้าได้ดี ไม่มีก้อนแข็ง
  • เปิดฝาขวดยา เติมนํ้าสุกที่เย็นแล้วลงไปในขวดจนถึงขีดที่กำ หนดไว้บนขวด
  • ปิดฝาขวด และเขย่าขวดจนยากระจายตัวดี
  • เปิดฝาขวดยาและตวงยาตามปริมาณที่แพทย์สั่งให้รับประทาน ควรใช้ช้อนตวงยา
  • เขย่าขวดก่อนรินยาทุกครั้ง
  • ควรใช้ช้อนตวงมาตรฐาน การใช้ช้อนสำหรับรับประทานอาหารในการตวงยานั้นอาจทำให้ได้ปริมาณยาที่ไม่ถูกต้อง
  • กรณีได้รับยามากกว่า 1 ขวด ต้องรอให้รับประทานยาขวดแรกหมดก่อน จึงผสมนํ้าในยาขวดที่ 2

ยาปฏิชีวนะชนิดผงแห้งมีหลายผลิตภัณฑ์ที่มีวางจำหน่ายบาง ผลิตภัณฑ์อาจไม่มีขีดวัดปริมาตรบอกไว้บนขวด แต่จะกำหนดปริมาตรน้ำที่จะให้เติมลงไปในขวดแทน การผสมยาปฏิชีวนะผงแห้งประเภทนี้ให้ทำขั้นตอนเดียวกับด้านบนเพียงแต่ให้เติมน้ำ ในปริมาตรที่กำหนดลงไปในขวด ก่อนเขย่าให้เข้ากันและนำไป ใช้ได้ทันที

ขนาดยา

ขนาดยาของยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือตามที่ฉลากระบุ
จำนวนครั้งของการรับประทานยาในแต่ละวัน, ระยะห่างของการรับประทานยาในแต่ละครั้งและระยะเวลาที่ท่านรับประทานยาขึ้น อยู่กับสภาวะโรคของท่าน

เมื่อลืมใช้ยา

หากท่านลืมรับประทานยาให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้ถึงมื้อต่อไปให้ข้ามมื้อที่ลืมและรับประทานยาต่อในมื้อถัดไปในขนาดยา ปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

การเก็บรักษา

  • เก็บในภาชนะปิดสนิทให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บให้ห่างจากความร้อนและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  • ห้ามเก็บยาไว้ในห้องน้ำ ใกล้อ่างล้างมือหรือที่ชื้น เนื่องจากความร้อนหรือความชื้นอาจเป็นสาเหตุให้ยาเสื่อมคุณภาพ
  • ยาที่ผสมน้ำเป็นยาน้ำแขวนตะกอนแล้วให้เก็บยาในตู้เย็น ห้ามแช่แข็ง ระยะเวลาในการเก็บยาหลังจากเปิดใช้แล้วขึ้นกับชนิดยาและผลิตภัณฑ์ยาของแต่ละ บริษัท ให้เก็บตามข้อมูลจำเพาะสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
  • ทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ

ข้อควรระวัง

หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหรืออาการยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ควรกลับไปพบแพทย์

  1. ก่อนใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) ควรแน่ใจก่อนว่าผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติแพ้ยาในกลุ่มเพนิซิลลิน (penicillins) และ/หรือยาในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) และควรสังเกตอาการแพ้ยาอย่างใกล้ชิดถ้าผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาดังกล่าวได้ รับยาซัลทามิซิลลิน เพราะมีโอกาสเกิดการแพ้ข้ามกันได้
  2. การใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) จะเปลี่ยนแปลงเชื้อที่อาศัยอยู่ตามปกติในลำไส้ใหญ่ และอาจทำให้เชื้อคลอสทริเดีย(clostridia) เจริญมากเกินไป ทำให้เกิดท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย คลอสทริเดียม ดิฟฟิไซล์ ( Clostridium difficile associated diarrhea) รวมทั้งลำไส้ใหญ่อักเสบเหตุจากยาต้านจุลชีพ (pseudomembranous colitis) ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการท้องร่วงรุนแรง เนื่องจากอาการท้องร่วงรุนแรงอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง และห้ามใช้ยารักษาอาการท้องร่วง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะการใช้ยาแก้ท้องร่วงอาจทำให้อาการท้องร่วงยิ่งรุนแรงขึ้น
  3. การใช้ยาซัลทามิซิลลินเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการดื้อยาและการเจริญมากไปของเชื้อที่ดื้อยาได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ซ้ำซ้อนได้ (superinfection)
  4. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานมีส่วนผสมของเอสโทรเจน (estrogen) อาจออกฤทธิ์ไม่เต็มที่หากท่านใช้ยาคุมกำเนิดในขณะที่กำลังใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) อาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ท่านควรเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นหรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นร่วม ด้วยในขณะที่ท่านกำลังใช้ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) หากท่านมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  5. สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ยาซัลทามิซิลลิน (sultamicillin) อาจทำให้ผลการทดสอบระดับน้ำตาลในปัสสาวะเป็นผลลบ

ก่อนที่ท่านจะรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โปรดแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทุกครั้งว่าท่านกำลังใช้ยานี้อยู่ เนื่องจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางอย่างอาจเป็นผลมาจากการใช้ยานี้ด้วย

อาการไม่พึงประสงค์

ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่ไม่ต้องการ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับผู้ใช้ยาทุกราย แต่หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ก. หยุดใช้ยานี้และควรได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากมีอาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้

พบน้อย

  • ไอ, หายใจเร็วและผิดปกติ, มีไข้, ปวดข้อ ,อาการวิงเวียนศีรษะคล้ายหมดสติหรือเป็นลม (ทันที) ,หน้าพองหรือบวม, ผิวหนังแดง, หายใจสั้น ,ผิวหนังเป็นผื่น แดง ,มีผื่นลมพิษ คัน

ข. ควรพบแพทย์ทันที หากมีอาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้
พบน้อยมาก

  • ปวดเกร็งหน้าท้อง (รุนแรง), แผลพุพอง, ผิวหนังขรุขระหรือสูญเสียชั้นผิวหนังและชั้นเยื่อเมือก, ปวดหน้าอก, ปัสสาวะมีสีขุ่น, ชัก, ท้องร่วง (ถ่ายเหลวเป็นน้ำและรุนแรง) ซึ่งอาจมีเลือดปน, รู้สึกไม่สบายตัว, คลื่นไส้หรืออาเจียน, คอแดง เจ็บคอหรือลิ้นบวม, ผิวหนังมีรอยแดงและมักมีสีม่วงอยู่ตรงกลาง, เจ็บคอ, หน้า นิ้ว เขาช่วงล่างหรือเท้าบวม, ปัสสาวะลำบาก, มีเลือดออกหรือรอยฟกช้ำผิดปกติ, น้ำหนักเพิ่ม, ตัวเหลืองตาเหลือง

หมายเหตุ อาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่กล่าวข้างต้น (ปวดเกร็งหน้าท้องและถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือท้องร่วงรุนแรงซึ่งอาจมีเลือดปน) อาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่หยุดใช้ยานี้แล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ค. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะหายไปในระหว่างการรักษาเนื่องจากร่างกายจะปรับตัว เข้ากับยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันนาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน

พบบ่อย

  • ท้องร่วง (ไม่รุนแรง), ปวดศีรษะ, ปวดท้อง, ช่องท้องบวม

พบน้อยหรือน้อยมาก

  • หนาวสั่น, เลือดกำเดาไหล, เหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียผิดปกติ

ง. อาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางราย หากท่านสังเกตเห็นอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

กลุ่มยา

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต่อไปนี้

ยาที่เกี่ยวข้อง

ยานี้เกี่ยวข้องกับยาต่อไปนี้

Amoxicillin and Clavulanate (Amoxycillin and Clavulanate), Amoxicillin หรือ Amoxycillin, Ampicillin, Cloxacillin, Dicloxacillin

ชื่อทางการค้า

ยานี้มีชื่อทางการค้าต่อไปนี้

Sulam (375 mg. tablet) (ซัลแอม (375 มก. ชนิดเม็ด)), Combicid 375 mg film coated tablet (คอมบิซิด 375 มก. ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม), Unasyn film-coated tab®, Unasyn film-coated tab (Penicillins)®, Unasyn suspension®

ข้อมูลนี้ไม่สมบูรณ์ ยานี้อาจจะยังมีชื่อทางการค้าอื่นที่ไม่ได้แสดงในนี้ หรือชื่อทางการค้าที่แสดงในนี้อาจจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.Sultamicillin. Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: July 2, 2010.
  2. สุชาดา ชุติมาวรพันธ์, โพยม วงศ์ภูวรักษ์, อภิฤดี เหมะจุฑา. คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพ เภสัชกรรม (พ.ศ.2550). สภาเภสัชกรรม. หน้า 66-91.
  3. CPM medica. MIMS Thailand Online. Available at http://www.mims.com. Access Date: July 2, 2010.
  4. Dailymed current medication information .Unasyn. Available at: http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?id=12355 Date: July 2, 2010.
  5. Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: 1316-22, 1322-5.
  6. Klasco RK (Ed): DRUGDEX® System (electronic version). Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado, USA. Available at: http://www.thomsonhc.com (cited: July 2, 2010).
  7. The Merck Manuals Online medical Library The Merck Manual for Healthcare Professionals: Ampicillin and Sulbactam Drug Information Provided by Lexi-Comp. Available at: http://www.merckusa.com/mmpe/print/lexicomp/ampicillin%20and%20sulbactam.html . Access Date: July 2, 2010.

ไตรรัตน์ แก้วเรือง
โพยม วงศ์ภูวรักษ์
02 กรกฎาคม 2553 07 กันยายน 2554
เพื่อนแนะนำ : เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย, เราชนะรอบ 4, ยืมเงิน 3000 ด่วน, แอพผ่อนของ, กู้เงิน, สมัครบัตรเครดิต, สินเชื่อไม่เช็ค บูโรถูกกฎหมาย